วิตามินซี
.
เป็นวิตามินที่ช่วยในการต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารที่ทานเท่านั้น ซึ่งพบมากในผักและผลไม้ เราจึงควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ
.
แต่ก็หลายคนยังสงสัยว่า
 - แล้ววิตามินซีเกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคหวัด สามารถป้องกันหวัดได้จริงหรือ?
 - ประโยชน์อื่นๆของวิตามินซีมีอะไรบ้าง
 -กินวิตามินซีอย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็มที่
 - ถ้าต้องการทานควรทานผักหรือผลไม้อะไรถึงจะได้รับวิตามินซีเยอะๆ

วันนี้เราไปหาคำตอบกันค่ะ...

วิตามินซีกับการป้องกันหวัด
.
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับวิตามินซีกันก่อน “วิตามินซี” หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ วิตามินซีมีประโยชน์มากมาย เช่นใช้รักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และวิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ antioxidant มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน แต่ประโยชน์ของวิตามินซีที่กล่าวถึงกันมากคือป้องกันหวัด
.
วิตามินซีป้องกันหวัดได้จริงหรือ?

จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันไม่สามารถป้องกันหวัดได้ และไม่มีผลลดความเสี่ยงในการเป็นหวัด ยกเว้นผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ จะสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ถึง 50% อย่างไรก็ตามพบว่าการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันจะสามารถช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ ขนาดวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทานเพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดคือ 1-3 กรัมต่อวัน และในผู้ที่ไม่เคยรับประทานวิตามินซีมาก่อน หากเป็นหวัดแล้วจึงเริ่มรับประทานวิตามินซี จะไม่สามารถช่วยลดความรุนแรงหรือระยะเวลาในการเป็นหวัดได้เลย

การดูดซึมวิตามินซี

การดูดซึมของวิตามิซีขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไปในแต่ละครั้ง แต่การดูดซึมวิตามินซีมีจุดอิ่มตัวในการดูดซึม กล่าวคือการรับประทานวิตามินซีปริมาณมากเกินจุดอิ่มตัวของการดูดซึม ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การรับประทานวิตามินซีครั้งละ1,000-1,500 มิลลิกรัม พบว่าร่างกายจะดูดซึมวิตามินซีได้เพียง 50% นอกจากนี้ยังพบว่าขนาดของวิตามินซีที่รับประทานต่อครั้งมีผลต่อการดูดซึม คือการรับประทานวิตามินซีขนาดสูงร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้น้อยกว่าการรับประทานวิตามินซีขนาดต่ำ ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีวันละหลายครั้งในขนาดที่ต่ำกว่า 1 กรัม จนครบขนาดที่แนะนำต่อวัน ร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินซีได้มากกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียว นอกจากนี้ปริมาณการดูดซึมวิตามินซียังอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับรูปแบบและส่วนประกอบอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=17

  

ประโยชน์ของวิตามินซี


1) เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น
วิตามินซีใช้ในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวจะช่วยต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายอนุมูลอิสระต่อเซลล์ในร่างกาย
.
หลายคนเชื่อว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณมาก จะช่วยต่อสู้กับโรคหวัดและโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ อย่างไรก็ตามการวิจัยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าวิตามินซีสามารถป้องกันหรือลดระยะเวลาของการเจ็บป่วย
.
2) ปรับปรุงสุขภาพผิว
วิตามินซีสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยบำรุงผิวและป้องกันความแห้งกร้าน สารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังนี้ช่วยลดผลกระทบของความเครียด มลภาวะ และอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย
.
การบริโภควิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอสามารถชะลอความชราได้
.
3) ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
วารสารอเมริกันของคลินิกโภชนาการรายงานว่า การศึกษาหนึ่ง พบว่าผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินซีสูงมีลดลงร้อยละ 50 ในความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวาย
.
4.) มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อ ของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น และแข็งแรง
.
เป็นต้น

ข้อมูลจาก
https://www.planculde.com/food/vitamin-c-foods/
http://www.kasemrad.co.th/interrattanatibeth/th/site/health_articles/detail/140

ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำต่อวัน

- ผู้หญิงที่สุขภาพดีอยู่แล้ว 75 มิลลิกรัม
- คุณแม่ให้นมบุตร 120 มิลลิกรัม
- ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม
- ผู้มีประวัติโรคตับหรือไต โรคเกาต์ โรคนิ่ว ไม่ควรใช้เกิน 1,000 มิลลิกรัม

การบริโภควิตามินซีที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง, โรคกระเพาะ, ปวดหัว, อ่อนเพลีย รวมถึงอาการนอนไม่หลับ และผู้ที่มีประวัติโรคตับหรือไต ไม่ควรรับประทานเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

การบริโภควิตามินซีที่เกินกว่า 3,000 มิลลิกรัมต่อวันนั้น หากไม่ได้มีผลข้างเคียงกับร่างกายก็ยังไม่เป็นไร แต่จะเป็นการสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด และยังเป็นการเปลืองพลังงานร่างกายให้ขับวิตามินซีส่วนเกินนั้นออก เพื่อเป็นการรักษาสมดุลย์ในร่างกายให้ปกติ ควรรับประทานวิตามินซีที่ขนาด 500 มิลลิกรัม หรือ 1,000 มิลลิกรัมได้ในบางวัน แต่อย่าลืมว่าร่างกายของเราได้รับวิตามินซีจากผักและผลไม้อยู่แล้ว เพื่อเป็นการรักษาคุณค่าของวิตามินซีได้ดี ควรแช่ไว้ตู้เย็นเพื่อป้องกันความร้อนทำลายวิตามินต่างๆ ในผัก
.
ข้อมูลจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1805479