ภัยเงียบของคนเมือง "กับการใช้บริการรถสาธารณะ"

ชีวิตชาวเมืองใหญ่คงคุ้นเคยกันดีกับการใช้เวลาราว 1 ใน 4 ของวันกับการเดินทางไป-กลับจากการทำงานบนถนนที่การจราจรคับคั่ง ใครมีรถส่วนตัวก็ยังได้นั่งสบายๆ แอร์เย็นๆ แต่ทว่าคนที่โดยสารรถเมล์นี่สิ อาจป่วยได้ไม่รู้ตัว...

แน่นอนว่าการโดยสารรถสาธารณะถือเป็นเรื่องดี แต่คุณควรดูแลและพร้อมรับมือกับโรคภัยที่อาจตามมาส่วนหนึ่งเพราะเบาะนั่งของรถเมล์ไม่ได้ออกแบบมารองรับโครงสร้างร่างกายที่แตกต่างของแต่ละคน และไม่เหมาะสำหรับการนั่งโดยสารนานหลายชั่วโมง บ้างเบาะแข็ง บ้างพนักพิงตรงเกินไป นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพมากมาย เริ่มต้นด้วยโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อจากการนั่งท่าเดิมนานๆ ทำให้ร่างกายเกร็ง กล้ามเนื้อตึงผิดปกติและอาจอักเสบได้ ตามด้วยอาการปวดเมื่อยหลัง สะสมนานๆ เข้าอาจส่งผลให้แนวกระดูกผิดปกติ กระดูกคดหรือเคลื่อน หรือแม้แต่โรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้

เกาะขบวนมาติดๆ กับโรคระบบทางเดินอาหารจากสาเหตุเดียวกัน จะทำให้กระเพาะอาหาร และลำไส้บีบตัวน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูก และด้วยอากาศร้อนของเมืองไทยอาจส่งผลให้หนุ่มๆ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศหากนั่งท่าเดิมนานๆ เป็นประจำจะทำให้ถุงอัณฑะอยู่ในสภาวะไม่เหมาะสมในการผลิตสเปิร์ม

ดังนั้น การนั่งที่ถูกวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด ควรนั่งถ่ายน้ำหนักไปที่สะโพกด้านซ้ายและขวาอย่างละ 5 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกได้ขยับบ้าง ครั้งละ 5-10 นาทีทุกชั่วโมง และไม่ควรนั่งไขว่ห้าง

นอกจากเรื่องสุขภาพที่เห็นและสัมผัสได้ชัดแล้ว ยังมีเรื่องสุขภาพที่สัมผัสได้แต่มองไม่เห็นด้วยตาที่ต้องระวังอีกเพราะมีคำเตือนจากแพทย์หลายแห่งออกมาย้ำชัดเจนแล้วว่า บนรถโดยสารประจำทางเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี

เชื้อโรคต่างๆ มีทั้งเชื้อรา แบคทีเรีย ทั่วบริเวณโดยเฉพาะตามเบาะนั่งและราวจับ บวกกับอากาศร้อนชื้นของไทยกับความแออัดยัดเยียดของผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว ยิ่งทวีความเสี่ยงมากขึ้น

การสะสมของเชื้อโรคบนรถเมล์มีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศที่กระจายอยู่ตามท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ปริมาณเชื้อโรคที่ฟุ้งอยู่ในอากาศมีมาก และจับตัวตามจุดต่างๆ ทั้งผ้าม่าน ช่องปรับอากาศ ฝังตัวในเบาะที่นั่ง เป็นเชื้อแบคทีเรีย 18 ชนิด เชื้อราและอื่นๆ อีก 20 ชนิด สาเหตุการเกิดโรคหลายชนิดอย่างโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง

เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอันตรายเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะสะสมก่อให้เกิดโรคปอด หากเข้าสู่กระแสโลหิต จะมีผลต่ออวัยวะในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกายทั้งระบบประสาท กระดูก และข้อ รวมถึงบริเวณผิวหนังและเยื่อบุด้วย

รวมทั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในเลือด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจและระบบทางเดินปัสสาวะ โรคอุจจาระร่วง ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ไส้ติ่งอักเสบ เยื่อบุช่องท้องอักเสบ แผลติดเชื้อและโลหิตติดเชื้อ โลหิตเป็นพิษ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ หนองฝีต่างๆ และโรคตาอักเสบ เป็นต้น

แม้การใช้ชีวิตเดินทางโดยรถสาธารณะของคนเมืองอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยการรักษาความสะอาดให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับทุกๆ วัน

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน