"เครื่องฟอกอากาศ"
เป็นตัวช่วยในการกำจัดมลพิษในอากาศ เพื่อให้อากาศมีความบริสุทธิ์มากขึ้น และลดโอกาสการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ เนื่องจากฝุ่น ควันพิษและสารก่อภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยจัดการกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย โดยสำหรับประเภทของเครื่องฟอกอากาศ ก็แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทตามกลไกการทำงานดังนี้

1. Mechanical Filters
เครื่องฟอกอากาศที่มีการทำงาน โดยกลไกการนำอากาศผ่านเข้าเครื่องกรองและแผ่นกรอง เพื่อดักจับเอาฝุ่น สารก่อผู้แพ้และมลพิษต่างๆ ออกไป ก่อนจะปล่อยอากาศที่บริสุทธิ์ออกมากระจายไปทั่วบริเวณ โดยทั้งนี้แผ่นกรองที่ใช้ก็มีหลากหลายชนิดเช่นกัน แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือชนิด HEPA นั่นเอง ซึ่งสามารถขจัดอนุภาคในอากาศได้มากถึง 99.9% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงค่อนข้างได้รับความนิยม มักใช้ทั่วไปตามห้องต่างๆในบ้าน คอนโด ห้องพัก รถยนต์ โรงแรม เป็นต้น

2. Electronic Air Cleaner
เครื่องฟอกอากาศประเภทนี้จะทำให้อนุภาคของฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ที่อยู่ในอากาศ เปลี่ยนเป็นประจุลบและตกลงมาสู่พื้นผิว จึงทำให้อากาศที่สูดดมเข้าไปมีความบริสุทธิ์มากขึ้น ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมที่ปนมากับอากาศอย่างแน่นอน เครื่องฟอกอากาศประเภทนี้จะนิยมใช้ในสถานที่ขนาดเล็ก เช่น ห้องพัก รถยนต์ ห้องเก็บของ เป็นต้น

3. Gas Phase Filters
เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ในการกำจัดมลพิษที่เป็นกลิ่นไอ ก๊าซและสารระเหยโดยเฉพาะ โดยมีสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการดูดซับมลพิษเป็นตัวช่วยในการทำงานของระบบ จึงนิยมนำมาใช้กับพื้นที่ที่มีกลิ่นระเหยและก๊าซมากที่สุด เช่น ในห้องครัว ซึ่งจะช่วยขจัดควันจากการทำอาหารและก๊าซที่กระจายออกมาจากถังแก๊สหุงต้มได้เป็นอย่างดี

4. ระบบฟอกอากาศที่ไม่ใช้ไส้กรอง
โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะของแต่ละแบรนด์ เช่น AIR OASIS แบรนด์จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้เทคโนโลยี AHPCO ที่ได้รับการสนับสนุนจาก NASA ซึ่งใช้แสง UV และ photocatalyst หรือเทคโนโลยี Bi-Polar Ionization โดยใช้พลังงานไฟฟ้าในการผลิตไอออนบวกและลบ มากำจัดเชื้อโรคในอากาศและพื้นผิว เครื่องฟอกอากาศ AIR OASIS มักใช้ในโรงพยาบาล สถานที่ที่เชื้อโรคแพร่กระจายได้เร็ว ห้องผู้ป่วยรวม ออฟฟิศสำนักงาน ห้องสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้

เครื่องฟอกอากาศทั้ง 4 ประเภทนี้ล้วนมีกลไกการทำงานและความเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรเลือกให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด เพื่อไม่เป็นการเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์นั่นเอง

เรียบเรียงข้อมูลโดย recthai.com